รุ่นใหญ่มาเอง ‘ดร.ปลอดประสพ’ ติง ‘เสรีพิสุทธิ์’ หลังพูดให้คนหนุ่มสละเรือ

รุ่นใหญ่มาเอง ‘ดร.ปลอดประสพ’ ติง ‘เสรีพิสุทธิ์’ หลังพูดให้คนหนุ่มสละเรือ

ล่าสุด บนเฟซบุ๊กของ นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กพูดถึง
พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย หลังพูดถึงพรรคก้าวไกลเรื่องคนหนุ่มต้องเสียสละ โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม

อย่าลืมว่าท่านมี 1 เสียงและพรรคก้าวไกลเป็นคนเชิญท่านเข้ามาร่วม ลั่น ควรร่วมสามัคคีกันทำงาน ไม่ใช่ไล่ส่งกัน โดย ดร.ปลอดประสพ
สุรัสวดี ได้โพสต์ข้อความไว้ดังนี้ ร่วมสามัคคีกันทำงาน ไม่ใช่ไล่ส่งกัน ผมต้องขออนุญาตท่านพล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ แสดงความเห็น
กรณีที่ท่านเพิ่งพูดเรื่องเด็ก คนแก่ และคนหนุ่มว่า ใครควรจะรอดกรณีเรือล่ม ขอเรียนว่า ผมไม่ได้ตั้งใจจะชี้ประเด็นทางการเมือง

แต่ผมอยากจะเน้นเรื่องคุณธรรมและมารยาทแบบไทยๆ หรือแบบสุภาพบุรุษที่พวกเราได้เคยรับการอบรมมาแต่เด็ก แม้นว่า บ้านผมจะมี
รถยนต์ใช้มาแต่เล็ก แต่ก็ได้มีโอกาสขึ้นรถรางและรถเมล์มาบ้าง ผมได้รับคำสั่งสอนและอบรมจากครอบครัวและโรงเรียนอย่างเคร่งครัดมา
ตลอดว่า ต้องลุกให้เด็ก ผู้หญิงและคนแก่นั่ง เราผู้ชายต้องเสียสละที่จะยืน แม้แต่วันนี้ผมก็ยังปฎิบัติอยู่ เช่น กรณีที่ไปขึ้นเครื่องบินแล้ว

ต้องนั่งรถบัสไป แต่ตอนนี้กลับจะมีคนลุกให้ผมนั่งบ้างเพราะเขาคงเห็นว่า ผมมีอายุแล้ว ซึ่งผมก็จะปฎิเสธทุกครั้งและขอบคุณเขาอย่างจริงใจ
ในขณะเป็นอธิบดีประมง เคยเกิดเหตุเรืออยู่ในภาวะอันตรายจะอับปางหลายครั้ง ผมได้ออกคำสั่งให้ผู้หญิงและเด็ก(ถ้ามี)บนเรือสวมชูชีพ เพราะเขาเป็นผู้อ่อนแอไม่สามารถช่วยตัวเองได้ โดยตัวผมจะเป็นคนสุดท้ายที่จะใส่ชูชีพ และมีบางครั้งที่เสื้อชูชีพไม่พอ ผมก็เสียสละที่

จะไม่ใส่เพราะถือว่า เป็นหน้าที่ของผู้นำ(ทั้งๆที่ผมก็กลัวตายเหมือนกัน) ถ้าใครคิดว่า เรื่องนี้ผมโม้ก็ให้ไปถามคนกรมประมงกับคนกรมป่าไม้
ที่ทำงานกับอุทยานทางทะเลว่า ผมทำเช่นนั้นจริงหรือไม่ ในฐานะที่ผมกับท่านรู้จักกันดี ผมอยากแนะนำให้ท่านพูดเรื่องนี้ใหม่อีกสักครั้งเถอะ

เพราะผมคิดว่า ท่านคงจะหลุดปากออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะโดยประวัติแล้ว ท่านเป็นผู้ที่เสียสละแม้แต่ชีวิตก็เคยมอบให้กับประเทศชาติมาแล้ว อีกเรื่องคือการพูดใส่หน้ากัน ท่านก็ถูกวิจารณ์อีกเหมือนกัน ท่านมีเสียงเพียงเสียงเดียว ได้รับเกียรติเชื้อเชิญจากพรรคก้าวไกลซึ่งมีถึง
151 เสียงและเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ท่านกลับไปพูดเหมือนไล่เขาต่อหน้าเลย (เลขาธิการพรรคก้าวไกล) มันน่าจะไม่ค่อยเหมาะสมนะครับ

เท่าที่ผมจำได้ การตั้งรัฐบาลที่ผ่านมา ในการประกาศนโยบายที่สำคัญเขาจะใช้เฉพาะพรรคที่มีเสียงมากๆเท่านั้น พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยมีเสียงรวมกันถึง 291 เสียง (มากกว่ากึ่งหนึ่งของสภาผู้แทน 41 เสียง) หากเขาไม่เชิญพรรคอื่นขึ้นมานั่งเลยก็แทบจะทำได้ ขณะที่ท่าน

พูดเรื่องนี้ ผมสังเกตเห็นผู้ใหญ่ของหลายพรรคแสดงความตกใจมาก มีหลายคนแสดงสัญลักษณ์ทางมือขอให้ท่านหยุดพูด และมีคนหนึ่งพยายามดึงท่านลงไปด้วยซ้ำ กรุณาเถอะครับ เขากำลังใช้ความสามัคคีปรองดองสร้างรัฐบาลเพื่อทำงาน ไม่ใช่การใช้วิธีการแบ่งแยกเลือกข้างเพียงเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้ประโยชน์เท่านั้น ด้วยความเคารพ ต้องขอโทษที่เอ่ยชื่อท่านและแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้

Mlvq1Z.md.jpeg
Mlv5DI.md.jpeg
MlvELP.md.jpeg

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *